ประวัติศาสตร์ทวีปอเมริกาเหนือ

 

 

 

ประวัติศาสตร์ทวีปอเมริกาเหนือ

 

 


 

 

อเมริกาเหนือเป็นทวีปที่ตั้งอยู่ทางซีกโลกเหนือ และเป็นดินแดนที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบอันกว้างใหญ่ เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน การประกอบอาชีพ และการคมนาคมขนส่ง ทั้งยังเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากพวกผิวขาวชาวยุโรปและได้รับการศึกษาดี ทำให้อเมริกาเหนือเป็นทวีปที่เจริญก้าวหน้ามากในทุกๆ ด้าน

 

 

 

 

 

สมัยก่อนโคลัมบัส  นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่ามนุษย์มาถึงทวีปอเมริกาครั้งแรกเมื่อ 40,000-14,000 ปีก่อนยุคน้ำแข็ง เพราะระดับน้ำทะเลลงลงทำให้ช่องแคบแบริงตื้นเขิน ทำให้ชาวเอเชียอพยพเข้ามากลายเป็นชาวอินเดียนพื้นเมืองต่างๆทั้งทวีปอเมริกาในปัจจุบัน

 

 

 

ในอเมริกาเหนือนั้น ชาวพื้นเมืองไม่ได้สร้างอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ดังเช่นอัซเทคหรืออินคา แต่เป็นชนเผ่าเร่ร่อนล่าสัตว์ (Hunter–Gatherers) หรือบางพวกก็ตั้งถิ่นฐานทำเกษตรกรรมในอเมริกาเหนือที่พัฒนามากที่สุดคือวัฒนธรรมมิสซิสซิปปี (Mississippian Culture)

 

 

 

ในประมาณปี ค.ศ.1000-1400 มักจะสร้างมูลดินขึ้นมาเพื่ออยู่อาศัยและพิธีกรรมศาสนา จึงเรียกว่า พวกสร้างมูลดิน (Mound Builders) ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของวัฒนธรรมมิสซิสซิปปีคือคาโฮเกีย (Cahokia) ในมลรัฐอิลลินอยส์

 

 

 

 

 

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ชาวเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี ได้รับอาสาจากพระนางอิสเบลลา แห่งสเปน เดินเรือสำรวจมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อหาเส้นทางไปยังทวีปเอเชีย เขาเดินทางมาพบทวีปอเมริกาเหนือในปี 1482 และเดินทางมาสำรวจอีก 3 ครั้งในเวลาต่อมา โดยเข้าใจว่า  ดินแดนที่พบนี้คือทวีปเอเชีย  ต่อมา อเมริโก เวสปุชชี ชาวเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลีได้เดินทางมาสำรวจเส้นทางนี้ และพบว่านี่คือทวีปใหม่ เขาได้เดินทางมา 4 ครั้ง รายงานของเขาถูกตีพิมพ์เผยแพร่  ทำให้ชาวยุโรปทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นและได้ตั้งชื่อทวีปใหม่นี้ว่า “อเมริกา” เพื่อเป็นเกียรติ์แก่ อเมริโก เวสปุชชี

 

 

 

Christopher-Columbus.jpg

คริสโตเฟอร์  โคลัมบัส

 

อเมริโก  เวสปุชชี.jpg

รูปวาดอเมริโก เวสปุชชี  ที่ฟลอเรนซ์

 

ส่วนตอนกลางของอ่าวเม็กซิโกขึ้นไป ตลอดลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี ทะเลสาบทั้ง 5 และชายฝั่งตะวันออกของแคนาดาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส  มูลเหตุที่ชักจูงทำให้ผู้คนอพยพมาสู่ทวีปอเมริกาคือความปรารถนาในการสร้างฐานะ ความอยากที่จะเผชิญโชค ความใฝ่ฝันที่จะมีเสรีภาพทางการเมืองและการนับถือศาสนา ต่อมาอังกฤษทำสงครามกับฝรั่งเศสในทวีปยุโรป ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายแพ้สงคราม จึงต้องเสียดินแดนอาณานิคมในอเมริกาให้แก่อังกฤษ ทำให้อาณานิคมของอังกฤษขยายตัวออกไป พร้อมกับการขยายตัวทางวัฒนธรรมเป็นเงาตามตัว

 

การสำรวจเส้นทางเดินเรือ.jpg

 

 

 

ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอังกฤษกับชาวอาณานิคมได้เกิดขึ้นเนื่องจากนโยบายการคลังของอังกฤษเรียกเก็บเงินภาษีในรูปแบบต่างๆจากชาวอาณานิคม เช่น พ.ร.บ. น้ำตาลและแสตมป์ ภาษีนี้มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆจนชาวอาณานิคมรู้สึกไม่เป็นธรรม

 

 

 

ในวันที่ 16 ธันวาคม 1773 ณ เมืองบอสตัน ชาวอาณานิคมกลุ่มหนึ่งได้ปลอมตัวเป็นชาวอินเดียนแดงลงไปในเรือบรรทุกสินค้าของอังกฤษแล้วขนหีบห่อใบชาโยนทิ้งทะเล เหตุการณ์ครั้งที่เรียกว่า “บอสตัน ที ปาร์ตี้” ได้กลายเป็นชนวนทำให้เกิดการรวมตัวกันของชาวอาณานิคมต่อต้านรัฐบาลอังกฤษอย่างจริงจัง

 

 

 

 

 

สงครามการต่อต้านรุฐบาลอังกฤษได้ยืดเยื้อนานถึง 6 ปี มีการสู้รบเกิดขึ้นทุกแห่ง โดยมีจอร์จ วอชิงตัน เป็นแม่ทัพ    และในวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศอิสรภาพ ณ เมืองฟิลาเดลเฟีย โดยโทมัส เจฟเฟอสัน ผู้ร่างคำประกาศอิสรภาพ

 

 

 

ไม่เพียงแต่เกิดชาติใหม่เท่านั้นแต่เป็นการประกาศให้โลกรู้ถึง ความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ ในระยะแรกมีเพียง 13 รัฐเท่านั้นที่อยู่ทางชายฝั่งตะวันออกด้านมหาสมุทรแอตแลนติก ที่รวมกันเข้าเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 

      1. เเดลาแวร์ Delaware
      2. เพนซิลเวเนีย Pennsylvania
      3. นิวเจอร์ซีย์ New Jersey
      4. จอร์เจีย Georgia
      5. คอนเนคทิกัต Connecticut
      6. แมสซาซูเวตส์ Massachusetts
      7. แมริแลนด์ Maryland
      8. เซาต์แคโรไลนา South Carolina
      9. นิวแฮมป์เชียร์ New Hampshire
     10. เวอร์จิเนีย Virginia
     11. นิวยอร์ก New York
     12. นอร์ทแคโรไลนา North Carolina

 

 

 

หลังจากนั้นก็ขยายอาณาเขตมุ่งสู่ทิศตะวันตกซึ่งก็ต้องประสบกับ การต่อต้านจากพวกอินเดียนแดงเผ่าต่าง ๆ ที่เป็นชนพื้นเมืองดั่งเดิมอย่างมาก การขยายตัวของสหรัฐอเมริกาไปทางทิศตะวันตก ในครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 24

 

 

 

การขยายตัวของอเมริกา

 

 

 

1.การบุกรุกจับจองที่ดินว่างเปล่า

 

 

 

2.โดยการซื้อ

 

 

 

2.1 รัฐหลุยเซียนา ซื้อจากฝรั่งเศส 15 ล้านดอลลาร์

 

 

 

2.2 รัฐฟลอริดา ซื้อจากสเปน 5 ล้านดอลลาร์

 

 

 

2.3 แคลิฟอร์เนีย ซื้อจากเม็กซิโก 10 ล้านดอลลาร์

 

 

 

2.4 อลาสกา ซื้อจากรัสเซีย 7.2 ล้านดอลลาร์

 

 

 

3.โดยการผนวกดินแดนคือฮาวายและเท็กซัส

 

 

 

4.โดยการทำสงครามได้รัฐนิวเม็กซิโกจากการรบชนะเม็กซิโก

 

 

 

หลังจากสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเอกราชไม่เป็นอาณานิคมของอังกฤษแล้ว แคนาดาซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษเหมือนกันแต่อยู่ใกล้กับสหรัฐอเมริกาทำให้อังกฤษต้องอะลุ่มอล่วยให้แคนาดาบ้าง ต่อมาภายหลังแคนาดาได้ปกครองตัวเอง โดยมีฐานะที่เรียกว่า “ดอมิเนียนแห่งแคนาดา”

 

 

 

ดินแดนสหรัฐ 1703.jpg

 

 

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว แคนาดาจึงได้รับเอกราชอย่างเต็มตัว แต่เป็น “ประเทศในเครือจักรภพของอังกฤษ” (commonwealth)

 

 

 

ดินแดนสหรัฐ 1861-1865.jpg

 

 

จะเห็นได้ว่าประเทศในกลุ่มแองโกลอเมริกา ได้สร้างชาติของตนให้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาไม่นานนัก ทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แม้จะพยายามสร้างเอกลักษณ์ของตนขึ้นมาเพียงใด ก็ยังคงมีสายใยของความผูกพัน กับประเทศในยุโรปโดยเฉพาะอังกฤษ ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจากเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีและประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่มีร่วมกันเป็นระยะเวลานาน

 

 

 

 

ชนพื้นเมือง

 

 

 

ชาวอินเดียแดง

 

 

 

330px-Amerikanska_folk,_Nordisk_familjebok.jpg       PaintingW-IndianHorse.jpg

 

 

 

เชื้อสายดั้งเดิมเป็นมองโกล ที่อพยพมาจากทวีปเอเซีย ข้ามไปยังทวีปอเมริกาเหนือ โดยผ่านทางช่องแคบเบริง แล้วกระจายไปทั่วทวีปอเมริกาเหนือ กลาง และใต้ สำหรับในอเมริกาเหนือ ในประเทศสหรัฐฯ  และแคนนาดา ชาวอินเดียนแดง เป็นชนกลุ่มน้อยที่ได้รับการจัดพื้นที่พิเศษ  ให้เป็นนิคมของชาวอินเดียนโดยเฉพาะ

 

 

 

เผ่าเอสกิโม  (Eskimo)

13.jpg        http://www.baanjomyut.com/library/savage/12.jpg

ชาวเอสกิโม อาศัยในกระท่อมที่ทำจากน้ำแข็ง (อิกลู) ซึ่งเป็นที่พักชั่วคราวใน ทุ่งหิมะ ขณะออกล่าสัตว์ พวกเอสกิโมเป็นชาวมองโกลที่แพร่กระจาย    และอพยพจากทวีปเอเชีย เข้าไปอยู่ในบริเวณตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ และกรีนแลนด์ ปัจจุบันอยู่ในดินแดน อลาสก้า แคนนาดา และกรีนแลนด์

เนื่องจากบริเวณที่ชาวเอสกิโมอาศัยอยู่ ใกล้ขั้วโลกเหนือ อากาศหนาวเย็น มีพืชน้อย การดำรงค์ชีวิตอยู่ จึงต้องอาศัยการล่าสัตว์มากกว่าเก็บของจากพืช นก กวาง หมี คือสัตว์บกที่พวกเขาล่า และปลา โดยเฉพาะ ปลาวาฬ เมื่อล่าได้ก็จะทำเป็นปลาตากแห้ง

ทวีปอเมริกาเหนือได้ชื่อว่าเป็น “ดินแดนโลกใหม่” เนื่องจากชาวยุโรปได้สำรวจพบและตั้งถิ่นฐานเมื่อประมาณ 500 ปีที่ผ่านมา นับเป็นทวีปที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีโดยเฉพาะประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ จนกลายเป็นชาติมหาอำนาจและมีอิทธิพลอย่างสูงต่อโลกในปัจจุบัน

 

ลักษณะทางกายภาพ

1. ที่ตั้ง  อเมริกาเหนือเป็นทวีปที่ตั้งอยู่ในซีกโลกเหนือ ระหว่างละติจูดประมาณ 7-83 องศาเหนือ ลองจิจูด17-172 องศาตะวันตก โดยมีเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ลากผ่านตอนกลางของประเทศเม็กซิโก

2. อาณาเขต

1)ทิศเหนือ ติดต่อกับสมุทรอาร์กติก  มีน่านน้ำที่สำคัญ ได้แก่ ทะเลโบฟอร์ต อ่าวแบฟฟิน อ่าวฮัดสัน ช่องแคบเดวิส และทะเลแลบราดอร์   เกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะกรีนแลนด์ เกาะแบฟฟิน เกาะวิกตอเรีย เกาะเอลสเมียร์ และหมู่เกาะควีนอลิซาเบธ ซึ่งอยู่ในเขตอากาศหนาว จึงมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจน้อย มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง

2)ทิศตะวันออก ติดต่อกับสมุทรแอตแลนติก  มีเกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะนิวฟันด์แลนด์ เกาะเบอร์มิวดา และหมู่เกาะบาฮามาส

3)ทิศใต้ ติดต่อกับ มหาสมุทรแปซิฟิก ทวีปอเมริกาใต้ มีคลองปานามาเป็นแนวแบ่งเขตทวีปน่านน้ำที่สำคัญ ได้แก่ ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก  มีเกาะที่สำคัญ คือ หมู่เกาะอินดีสตะวันตก ได้แก่ เกาะคิวบา เกาะฮิสแปนิโอลา เกาะจาเมกา เกาะเปอร์โตริโก

 

4)ทิศตะวันตก ติดต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตอนเหนือของทวีปมีช่องแคบเบริงคั่นระหว่างทวีปอเมริกาเหนือกับทวีปเอเชีย มีคาบสมุทรที่สำคัญ คือ คาบสมุทรแคลิฟอร์เนีย และคาบสมุทรอะแลสกาน่านน้ำที่สำคัญ ได้แก่ ทะเลเบริง อ่าวอะแลสกา อ่าวแคลิฟอร์เนีย  เกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะแวนคูเวอร์ หมู่เกาะอาลูเชียน และหมู่เกาะควีนชาร์ล็อต

 

 

 

3. ขนาดพื้นที่

 

 

 

อเมริกาเหนือเป็นทวีปที่มีขนาดเนื้อที่ประมาณ 24,247,000 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากทวีปเอเชียและแอฟริกา รูปร่างของทวีปอเมริกาเหนือคล้ายรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ คือมีฐานกว้างอยู่ทางเหนือและปลายแหลมอยู่ทางใต้ ความกว้างของทวีปตั้งแต่ช่องแคบเบริงถึงเกาะนิวฟันด์แลนด์ประมาณ 4,828 กิโลเมตร และส่วนที่แคบที่สุดที่คอคอดปานามา กว้างประมาณ 50 กิโลเมตร

 

 

4. ภูมิภาค  อมเริกาเหนือแบ่งตามสภาพสังคมวัฒนธรรม  มี 2 ส่วน  ได้แก่  แองโกลอเมริกาและละตินอเมริกา  โดยถือเอาแม่น้ำริโอแกรนด์  (Rio Grande) เป็นพรมแดนระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐอเมริกาเป็นแนวแบ่ง

1. แองโกลอเมริกา (Anglo-America) คือ ดินแดนที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำริโอแกรนด์ ประกอบด้วยประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวอังกฤษ

2. ละตินอเมริกา (Latin-America) คือ ดินแดนของประเทศต่างๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำริโอแกรนด์ ประชากรส่วนใหญ่สืบเชื้อสายและวัฒนธรรมมาจากสเปนและโปรตุเกส ประกอบด้วย

2.1 อเมริกากลาง หมายถึง ดินแดนที่อยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำริโอแกรนด์ ได้แก่ เม็กซิโก เบลิซ คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส นิการากัว และปานามา

2.2 ประเทศที่ตั้งอยู่บนหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ได้แก่ บาฮามาส บาร์เบโดส คิวบา โดมินิกัน เกรเนดา เฮติ เจเมกา  เปอร์โตริโก ตรินิแดดและโตเบโก แอนติกาและบาร์บูดา โดมินิกา กวาเดอลูปมาร์ตินีก   เนเธอร์แลนด์แอนทิลลิส เซนต์คิดส์และเนวิส เซนต์ลูเซีย เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์

จัดทำโดย

นางสาวกนกพิชญ์  บุญทา        เลขที่ 28

นางสาวภัชราวดี    ฆารเสถียร    เลขที่ 33 

25/01/2556

แก้ไขครั้งแรกเมื่อ 04/02/2556